ฟิโลเดนดรอนพลูจีบ ไม้ใบหยัก ปลูกได้ทั้งในบ้านและจัดสวน

ต้นไม้ประดับใบสวย ที่นิยมนำมาตกแต่งบ้านหรือสวน ต้นไม้ที่เหมาะกับในร่มอย่างฟิโลเดนดรอนพลูจีบนั้น มีใบที่เป็นทรงสามเหลี่ยมขอบหยัก สีเขียวสะดุดตา ครั้งหนึ่งเคยเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยม แต่ในปัจจุบันฟิโลเดนดรอนมีสายพันธุ์ต่างๆอีกมากที่มีการนำมาปลูก ทำให้ฟิโลพลูจีบนั้นได้รับความสนใจน้อยลงไปบ้าง

แต่อย่างไรก็แล้วแต่ด้วยความที่ใบแปลกไม่ค่อยเหมือนกับชนิดอื่น ฟิโลพลูจีบนอกจากจะทำมาปลูกเลี้ยงในกระถางแล้วหรือจัดสวนแล้ว ก็ยังถูกนำมาปลูกเพื่อเป็นไม้ตัดใบ เพื่อนำไปใช้ในการจัดดอกไม้ สำหรับงานพิธีต่างๆ เป็นใบไม้ที่คงความสดได้นาน ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบแดดนัก แต่เมื่ออยู่ในร่มก็สวยงามไม่แพ้ฟิโลเดนดรอนชนิดอื่นเลยและฟิโลเดนดรอนพลูจีบนั้นจะมีฟิโลอีกชนิดหนึ่งที่รูปใบเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่มีลายที่ใบ เรียกกับว่าฟิโลเดนดรอนลายเมฆ

ฟิโลเดนดรอนพลูจีบ
ฟิโลเดนดรอน พลูจีบ

วิธีดูแลฟิโลเดนดรอนพลูจีบ

เมื่อซื้อต้นไม้กลับบ้านไปแล้วหลายๆคนคงจะเจอปัญหาที่เลี้ยงต้นไม้ไปสักระยะหนึ่ง ต้นฟิโลพลูจีบก็เริ่มจะไม่มีความสวยงามเหมือนกับตอนที่อยู่ในร้าน ใบจะเริ่มมีสีเหลือง อาจจะเป็นสีเหลืองตามขอบใบ เหลืองตรงกลางใบ ไปจนถึงมีสีเหลืองทั้งใบหรือในบางต้นใบเป็นสีน้ำตาลบริเวณขอบแล้วเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล คล้ายถูกลวก

จริงอยู่ที่ฟิโลเดนดรอนพลูจีบหรือฟิโลเดนดรอนสายพันธุ์อื่นๆ อาจจะไม่ได้เหมาะกับการนำมาปลูกในห้องหรือในอาคาร แต่ว่าถ้าเราเข้าใจนิสัยของต้นไม้แล้ว ก็สามารถปลูกให้สวยงามได้เช่นกัน เพราะในร้านที่เลี้ยงในเรือนเพาะชำก็พยายามปรับให้เข้ากับธรรมชาติของต้นไม้แต่ละชนิดได้ ทั้งๆที่ต้นฟิโลเหล่านี้ก็เป็นต้นไม้ที่มาจากป่า ขอเพียงให้เราดูแลให้เหมาะสม เข้าใจถึงธรรมชาติของฟิโลพลูจีบที่เราปลูก ก็สามารถเลี้ยงต้นฟิโลให้มีความสวยงามได้เหมือนกับออกมาจาร้าน

-แสงแดด เป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างแรก ฟิโลเดนดรอนพลูจีบนั้นชอบแสงรำไร ซึ่งฟิโลเดนดรอนนั้นเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในป่า อาศัยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่เป็นที่บังแสง อาจจะมีได้รับแสงแดดบ้างเล็กน้อยในบางช่วงขงแต่ละวัน เป็นแสงที่เล็ดลอดผ่านใบไม้ พุ่มไม้ของไม้ต้นใหญ่ การนำฟิโลพลูจีบมาปลูกในบ้านนั้นก้จึงต้องให้ต้นไม้รับแสงบ้าง อาจจะตั้งกระถางไว้ในทิศที่รับแดดอ่อนๆได้ในช่วงเช้าประมาณ3-4ชั่วโมงต่อวัน ให้ต้นฟิโลได้อาศัยแสงแดดในการสังเคราะห์อาหารและที่ควรระวังก็คือไม่ควรให้แดดส่องถึงใบของฟิโลพลูจีบในช่วงบ่าย ซึ่งจะเป็นช่วงที่แดดแรง ทำให้เกิดใบไหม้ได้ง่ายๆ แต่ถ้าจำเป็นต้องปลูกไว้ในจุดที่ต้องรับแสงในช่วงเที่ยงเป็นต้นไป ก็ต้องใช้ตาข่ายพรางแสง 80% มุงด้านบนเพื่อลดแสง ให้ตาข่ายสูงจากต้นประมาณ3เมตรขึ้นไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนขึ้นใต้ตาข่ายพรางแสงมาก
บางคนอาจจะใช้วิธียกกระถางต้นไม้ไปให้รับแสงในแต่ละวัน เพราะว่าไม่มีที่ตั้งกระถางปลูกในจุดรับแดดที่เหมาะสม การเคลื่นย้ายต้นไม้บ่อยๆนั้น จะทำให้ต้นไม้มีอาการเครียดได้และจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตได้

-การรดน้ำ ฟิโลเดนดรอนพลูจีบเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำและความชื้นมาก โดยเฉพาะการปลูกไว้ในกระถาง ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ขุยมะพร้าวผสมกาบมะพร้าวเป็นหลัก ซึ่งวัสดุปลูกแบบนี้ถึงแม้จะโปร่ง รากเดินได้ง่ายแต่ก็จะเก็บความชื้นได้ดี เมื่ออยู่ในกระถางจะระบายความชื้นออกได้ช้า ถ้ารดน้ำบ่อยเกินไป ความชื้นก็จะสะสมต่อเนื่อง ทำให้เกิดรากเน่าหรือใบเหลืองได้ การรดน้ำจึงควรดูที่วัสดุปลูกชั้นในของกระถางว่ายังชุ่มอยู่หรือไม่ เพราะหากดูเพียงขุยมะพร้าวชั้นบนจะดูแห้งแต่ด้านในนั้นยังมีความชื้นอยู่ ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าวัสดุปลูกฟิโลเดนดรอนพลูจีบที่ใช้เป็นขุยมะพร้าวกับกาบมะพร้าว ถ้ายังไม่ผุหรือเก่ามากนัก การรดน้ำอาจจะทำเพียงสัปดาห์ละ2-3ครั้งเท่านั้น

-การระบายอากาศ ธรรมชาติของต้นไม้แทบทุกชนิดมักจะเจริญเติบโตมากับแสงแดดและสายลม เมื่อถูกนำมาปลูกในที่อับ อากาศไม่ถ่ายเท ก็จะเป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติสำหรับต้นไม้ ฟิโลเดนดรอนเองก็เช่นกัน การที่ถูกปลูกในกระถางและถูกนำมาตั้งไว้ตามมุมห้อง ตามมุมอับ ที่ไม่ค่อยจะมีอากาศถ่ายเท ก็จะทำให้มีผลต่อการเจริญเติบโตได้เช่นกัน

-การให้ปุ๋ย สำหรับต้นฟิโลนั้น เมื่อใช้กาบมะพร้าวสับเป็นเครื่องปลูก ก็จะไม่ค่อยมีแร่ธาตุอาหารหรือถ้าผสมดินก้ามปูหรือดินอื่นๆที่พอมีแร่ธาตุอาหาร เมื่อพืชนำไปใช้ก็จะหมดไปได้ เมื่อเลี้ยงฟิโลเดนดรอนพลูจีบไปสักระยะ ก็จำเป็นที่จะต้องให้ปุ๋ย ซึ่งจะใช้ปุ๋ยเคมีสูตร15-15-15 หรือปุ๋ยละลายช้า 13-13-3 ที่มีข้อดีตรงที่เราไม่ต้องใส่ปุ๋ยบ่อย ปุ๋ยสูตรนี้จะค่อยสลายตัวและปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้ใช้ประโยชน์อย่างช้าๆในเวลา ประมาณ2-3เดือนต่อการใส่ปุ๋ย1ครั้ง การให้ปุ๋ยทางดินนั้นพืชจะได้สารอาหารหลักอยางN P K การฉีดปุ๋ยเสริมทางใบที่มีธาตุอาหารรองให้เพิ่มเติมก็จะทำให้ต้นแข็งแรงขึ้น ใบสวยงาม เจริญเติบโตได้ดี

วิธีขยายพันธุ์ฟิโลเดนดรอนพลูจีบ

-การใช้เมล็ดพันธุ์ การใช้เมล็ดพันธุ์เพื่อขยายพันธุ์นั้น ควรจะนำมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะจะได้สายพันธุ์ที่บริสุทธิ์ตรงตามความต้องการ นำเมล็ดที่ได้มาคลุกกับสารกันเชื้อรา นำไปเพาะในวัสดุเพาะ ที่ระบายน้ำได้ดี เช่นแกลบเผาผสมกับดินร่วนและขุยมะพร้าวหรือถ้าจะสะดวกก็ใช้พีทมอสเพาะเมล็ด เพราะพีทมอสมีคุณสมบัติเก็บความชื้นได้พอสมควร ระบายน้ำได้ดี มีธาตุอาหารอยู่ในพีทมอส ทำให้ต้นกล้าได้รับสารอาหารตั้งแต่เล็ก ต้นกล้าก็จะแข็งแรงดี
ทำการเพาะโดยวางเมล็ดลงหลุมละ1เมล็ด กลบบนเมล็ดด้านบนบางๆ เมล็ดฟิโลไม่จำเป็นที่ต้องใช้แสงในการงอก นำถาดเพาะไปวางไว้ในที่มีแสงแดดรำไร ระวังแมลงต่างๆ ไม่ให้มารบกวน เมื่อต้นกล้าฟิโลมีใบ2-3ใบก็ย้ายลงกระถางต่อไป

-การปักชำ รากขอฟิโลพลูจีบนั้นจะงอกออกบริเวณข้อ เมื่อนำมาปักชำควรเลือกต้นที่มี1-2ข้อขึ้นไป ตามขนาดของต้นที่ตัดกิ่งออกมา ถ้าสั่งซื้อกิ่งที่ต้องมีการขนส่ง ควรนำกิ่งมาแช่น้ำไว้ประมาณ1คืน เพื่อให้ได้พักตัวก่อน จากนั้นจึงนำไปปักชำในวัสดุเพาะที่ใช้กาบมะพร้าว1ส่วน ผสมกับขุยมะพร้าว1ส่วน นำกิ่งที่ต้องการปักชำมาวางไว้ ใช้วัสดุปลูกวางกลบ ประคองไม่ให้ล้ม ไม่ต้องชำให้ลึกจนเกินไป เหลือส่วนด้านบนของกิ่งให้ได้รับอากาศ รดน้ำให้ชุ่ม ประมาณ1เดือน ก็จะเริ่มมีรากใหม่งอกออกมา