ฟ้าใส

ขายมอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน ไม้ประดับในบ้าน

สวนไม้ประดับเล็กๆ จ.อุบลราชธานี เราปลูกต้นไม้ด้วยใจ มีต้นไม้หลายชนิด ไม้ประดับสำหรับตกแต่งบ้าน ตกแต่งห้อง ตกแต่งสวน ต้นไม้ฟอกอากาศ

ต้นไม้แต่ละชนิดมีหลายแบบ ยินดีส่งรูปให้ดูทางช่องแชท เพื่อให้ลูกค้าเลือกต้นที่ถูกใจ

จัดส่งทางไปรษณีย์ EMS บรรจุต้นไม้ลงกล่องอย่างดี เพื่อให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยที่สุด

ส่งของวันจันทร์-เสาร์ ตัดรอบเวลา13.30น. แจ้งหมายเลขพัสดุให้ลูกค้าเวลา18.00น. ตามช่องทางที่สั่งซื้อมา

ต้นไม้ที่พร้อมจำหน่าย จะลงไว้ในโพสน์นี้และทางเพจ Fasai garden ครับ

สนใจสอบถาม-สั่งซื้อ

Line:http://line.me/ti/p/~rabbit26ss
หรือ Line: rabbit26ss
Inbox:m.me/fasaigarden2018
เพจ :https://www.facebook.com/fasaigarden2018
โทร 084-289-3869

สนใจมอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน พลูด่าง พลูฉลุ ดูได้ที่หน้าเพจครับ

มอนสเตอร่า ไจแอนท์

มอนสเตอร่า ในกระถาง 8นิ้ว

ต้นแข็งแรง ต้นไม้ฟอกอากาศ ใบสวย รากเดินดี ดูแลง่าย ไม่ต้องรดน้ำทุกวัน


ต้นมอนสเตอร่า แบบตัดกิ่งสด 1ต้นมี 2ใบใหญ่ 30-40ซม.ขึ้นไป

ใบสวยๆ นำไปลงปลูกในกระถางได้เลย ปลูกประดับในบ้าน ในสวน ชอบแดดรำไร

————–

ฟิโลเดนดรอนหูช้าง

ฟิโลหูช้าง เลี้ยงง่าย ใบสีเขียวสวย โตไว รดน้ำน้อย

————–

ฟิโลเดนดรอนพลูจีบ

ฟิโลพลูจีบ ใบเงางาม สีเขียวเข้ม ดูแลง่าย ประดับในบ้าน ในห้องสวยๆ

—————–

สนใจสอบถามได้นะครับ

Line:http://line.me/ti/p/~rabbit26ss
หรือ Line: rabbit26ss
Inbox:m.me/fasaigarden2018
เพจ :https://www.facebook.com/fasaigarden2018
โทร 084-289-3869

ขายมอนสเตอร่า มีหลายขนาด ต้นไม้ปลูกในบ้าน ปลูกในร่ม

ไม้ประดับใบสวยๆยังเป็นที่นิยมเสมอ ไม่วาจะนำไปปลูกในห้อง ในบ้าน ในอาคารก็ดูสวยงาม เต็มไปด้วยสีเขียวที่สร้างความสดชื่น สร้างบรรยากาศร่มรื่นให้ผู้ที่อาศัย มอนสเตอร่า เป็นต้นไม้ใบแฉกที่นำไปปลูกประดับได้สวยงามและเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ เป็นพืชที่ทนต่อสภาพอากาศบ้านเราได้ดี ทนต่อโรค ไม่ต้องการแสงแดดมาก ไม่ต้องรดน้ำบ่อย จึงมีคนเริ่มสนใจหันมาปลูกต้นมอนสเตอรากันมากขึ้นเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนมักจะเห็นใบมอนสเตอราเป็นเพียงใบไม้สำหรับเป็นพร็อพไว้ถ่ายรูปสินค้า แต่ในทุกวันนี้ต้นจริงๆมีให้เห็นกันมากมาย ทั้งปลูกเลี้ยงในกระถาง การใช้ใบไปจัดดอกไม้ประดับในงาน ถ้าอยากจะหามาปลูกสักต้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย

มอนสเตอร่า
มอนสเตอร่า

วิธีดูแลมอนสเตอร่า

ถึงแม้ว่าต้นมอนสเตอร่านั้นจะเป็นต้นไม้ที่โตง่าย อยู่ง่าย แต่ก็ต้องการการดูแลที่ถูกวิธีเช่นกัน หลายๆคนเมื่อนำไปเลี้ยงใหม่ๆก็จะเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยการรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน พอผ่านไปสัก2สัปดาห์ก็จะพบว่ามีใบเริ่มเหลือง หากปล่อยไว้นานเข้า รากก็จะเน่าได้ ซึ่งจริงๆแล้วมอนสเตอร่าเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมากขนาดนั้น มาดูกันว่าจะดูแลแบบไหนที่จะทำให้ได้ต้นมอนไจแอนท์ใบสวยๆ

-เริ่มจากวัสดุปลูก ใช้ขุยมะพร้าวกับกาบมะพร้าวสับ ในอัตราส่วน1:1 ข้อดีของวัสดุจากมะพร้าวก็คือเก็บความชื้น เก็บปุ๋ยได้ดี ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะใช้ส่วนผสมของดินเข้าไปด้วย เพราะให้ต้นไม้ได้ธาตุอาหารจากดิน แต่พอมอนสเตอร่าเติบโตไปสักระยะ ธาตุอาหารในดินก็ต้องหมดไปอยู่ดี จึงต้องมีการให้ปุ๋ยเพิ่มเติม
เมื่อซื้อมาจากร้านจะต้องเปลี่ยนวัสดุปลูกในกระถางหรือไม่ ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุในกระถางผุไปมากหรือยัง ซึ่งร้านขายส่วนใหญ่ก็จะใช้ขุยมะพร้าวกับกาบมะพร้าวสับเช่นกัน ถ้าวัสดุเก่าหรือผุไปมากก็ควรเปลี่ยน แต่การซื้อมาจากร้านโดยเฉพาะจากร้านขายออนไลน์ ต้นมักจะบอบช้ำจากการขนส่ง ควรให้ต้นได้ฟื้นตัวสักระยะก่อน จึงค่อยเปลี่ยนวัสดุปลูกในกระถาง

-การรดน้ำมอนสเตอร่า ไม่จำเป็นต้องรดทุกวัน ต้นมอนไม่ต้องการน้ำมาก ควรดูที่วัสดุปลูกในกระถาง ถ้ายังชื้นอยู่ก็ไม่ต้องรด จนกว่าวัสดุปลูกจะเริ่มแห้งถึงจะรดน้ำ กาบมะพร้าวหรือขุยมะพร้าวถ้าเรานำไปใช้งานใหม่ๆจะสามารถเก็บความชื้นได้ดี อาจจะ3-4วัน จึงรดน้ำครั้งก็ได้

-แสงแดด เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ต้นมอนสเตอร่านั้นไม่ชอบแสงแดดจัด แต่ก็ยังต้องการแสงหรือแสงแดดอ่อนๆเช่นกัน การเลือกที่จะวางกระถางควรจะอยู่ในจุดที่ได้รับแสง ไม่อยู่ในมุมที่อับ ไม่มีอากาศถ่ายเท อาจจะให้โดนแดดได้ในช่วงเช้า ไม่ควรจะรับแดดจัดช่วงบ่าย

-ปุ๋ย ในวัสดุปลูกในประเภทขุยมะพร้าวและกาบมะพร้าวจะไม่มีธาตุอาหารที่เพียงพอให้กับต้นไม้ จึงต้องมีการให้ปุ๋ยเพิ่มเติม โดยให้ปุ๋ยออสโมโค้ท 2-3เดือนครั้งและปุ๋ย 15-15-15 เดือนละ1ครั้ง ถ้าสามารถฉีดปุ๋ยทางใบหรืออาหารเสริมทางใบได้ด้วยก็จะดีมาก เพราะการพ่นปุ๋ยทางใบนอกจากเป็นการให้ปุ๋ยที่ต้นสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ก็เป็นการทำความสะอาดใบอีกทางหนึ่งด้วย

การขยายพันธุ์มอนสเตอร่า

ในบ้านเรานั้นจะนิยมขยายพันธุ์อยู่2วิธี คือการปักชำและการเพาะเมล็ด ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน

-การปักชำ เป็นวิธีขยายพันธุ์มอนสเตอร่าที่ทำได้ง่ายที่สุด โดยเลือกกิ่งพันธุ์ที่ไม่อ่อนจนเกินไป ตัดกิ่งพันธุ์ 1ท่อนให้ได้ความยาวประมาณ2-3ข้อ ให้มีใบติดมาด้วยหรือไม่มีก็ได้ นำมาปักชำไว้ในกระถางหรือแปลงเพาะโดยใช้กาบมะพร้าสับและขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ถ้าปักชำแบบมีใบติดมาด้วยเมื่อมีรากติดก็จะเลี้ยงต่อได้เลย ไม่ต้องอนุบาลตั้งแต่เป็นต้นกล้า

-การเพาะเมล็ด ในบ้านเรายังมีน้อยคนมากที่สามารถเลี้ยงต้นมอนสเตอร่าเพื่อขายเมล็ด อาจจะมีบางส่วนที่เลี้ยงไว้เพื่อปรับปรุงพันธุ์ และเมื่อออกดอกจะต้องมีการผสมเกสรจึงจะติดเมล็ด ทำให้การเพาะเมล็ดนั้นจึงต้องสั่งมาจากต่างประเทศ การเพาะเมล็ดจะเพาะในถาดใช้พีทมอสเป็นวัสดุเพาะ อนุบาลต้นกล้าจนมีใบ2-3ใบ จึงทำการย้ายปลูกต่อไป การเพาะเมล็ดนั้นมีข้อดีคือต้นจะมีระบบรากที่แข็งแรง

มอนสเตอร่าปลูกในห้อง

คงจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า คนสมัยก่อนนั้นห้ามปลูกต้นไม้ในห้องหรือในห้องนอน เพราะเวลาตอนกลางคืนต้นไม้จะแย่งอากาศหายใจ ทำให้นอนหลับไม่สบาย แต่ความเชื่อเหล่านี้ปัจจุบันได้รับการพิสูจน์แล้วว่า การปลูกต้นไม้ในห้องนอนนั้น ไม่ได้มีผลอะไรกับการนอนหลับเลย เพราะต้นไม้นั้นใช้อ็อกซิเจนน้อยมาก ไม่ได้มีผลกับคนที่นอนอยู่ในห้องเลย การนำมอนสเตอร่ามาปลูกในห้องนั้น ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแสงภายในห้อง ที่น้อยจนเกินไป ทำให้ต้นมอนสเตอร่าได้รับแสงแดดที่ไม่เพียงพอหรือการนำกระถางวางไว้ตรงมุมห้องที่อากาศถ่ายเมไม่สะดวกก็จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นได้เช่นกัน มอนสเตอร่าที่ปลูกในห้องนั้น จึงควรเลือกวางในที่แสงส่องถึงได้บ้าง เช่นใกล้กับหน้าต่าง ซึ่งหากพืชได้รับแสงเพียงพอและมีอากาศถ่ายเทดี ต้นไม้ก็จะมีใบสวยๆได้

มอนสเตอร่ารากเน่า

การเกิดรากเน่านั้นจะเริ่มแสดงอาการให้เห็นทางใบ ใบจะเริ่มมีสีเหลืองซีด ก้านใบจะเริ่มแห้งและหลุดร่วงออก ซึ่งจะเกิดจากในกระถางนั้นมีความชื้นมากเกินไป มีน้ำขัง ระบายน้ำยาก บางคนจะใช้ถาดรองกระถาง ก็จะทำให้เมื่อรดน้ำมากเกินไป น้ำก็จะออกทางก้นกระถางไปขังอยู่ที่ถาดรอง ก็ทำให้เกิดโรครากเน่าได้เช่นกัน ถ้าเกิดอาการในช่วงแรก ให้รีบรักษาโดยตัดใบที่เหลืองทิ้งไปเพื่อกันไม่ให้เชื้อลุกลาม ระบายน้ำที่ขังออกจากกระถางหรือถ้าวัสดุปลูกมีความชื้นมากก็ให้เปลี่ยนวัสดุใหม่ ตัดรากในส่วนที่เน่าออก ทาด้วยยาป้องกันเชื้อรา นำลงไปปลูกในกระถางที่เตรียมวัสดุปลูกใหม่ ราดด้วยยากันเชื้อราอีกครั้ง.

ขายมอนสเตอร่า

ถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะปลูกมอนสเตอร่า สามารถสอบถามกับทางร้านได้เลย การเลี้ยงต้นไม้แต่ละชนิดนั้น ผู้ปลูกควรมีความเข้าใจถึงการดูแลต้นไม้เสียก่อน เพราะต้นไม้แต่ละสายพันธุ์มีความต้องการน้ำความชิ้น ต้องการแสงและปุ๋ยไม่เหมือนกัน ถ้าเรารู้ก่อนปลูก ก้จะสามารถเลี้ยงให้ต้นสวยๆได้และทางร้านมีมอนสเตอร่าหลายขนาด ให้เลือกได้ตามต้องการ ให้เหมาะกับขนาดของห้อง นอกจากนั้นทางร้านก็ยังมีต้นฟิโลเดนดรอน พลูต่างๆ ไม้ประดับใบ ไม้ประดับในร่ม อีกหลายชนิดให้เลือกชมเลือกซื้อกัน…..

ฟิโลเดนดรอน ไม้ใบในกระถาง เพิ่มสีเขียวให้ห้องสวย

เติมพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านด้วยไม้ประดับสวยๆ ด้วยต้นไม้ใบแปลกตาอย่างฟิโลเดนดรอน ต้นไม้ที่อาจจะเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งในบ้านเรานั้นนิยมนำมาปลูกกันหลายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ก็มีความสวยงาม มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะในปัจจุบันกระแสของต้นไม้ฟอกอากาศกำลังเป็นที่ต้องการกันมากขึ้น และฟิโลเดนดรอนนั้นก็เป็นหนึ่งในต้นไม้ฟอกอากาศที่คนหันมาปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์หรือช่วยดักฝุ่นได้เท่านั้น ยังช่วยเพิ่มความสวยงาม ความสดชื่น จัดต้นไม้เหล่านี้เป็นมุมสำหรับพักผ่อน ช่วยผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อยล้ามาจากการทำงานตลอดวันได้อีกด้วย

ฟิโลเดนดรอน
ฟิโลเดนดรอน Philodendron

ไม้ดอกอาจจะให้ความงดงามที่ดอกและส่งกลิ่นหอม แต่ดอกนั้นก็มีเพียงชั่วเวลาหนึ่ง ต่างกับไม้โชว์ใบที่ความสวยงามนั้นจะมีอยู่เสมอ ปลูกในห้อง ปลูกในร่มได้ ไม่ต้องการแสงแดดมาก แค่แดดรำไร ก็สามารถได้ชื่นชม ใบที่เขียวขจีได้แล้ว ซึ่งคนที่พักอาศัยอยู่ในคอนโด ในหอพัก ไม่ได้มีพื้นที่ว่างมากนักก็สามารถนำไปปลูกได้หรือใครที่อยากปลูกต้นไม้ไว้ในห้องรับแขก ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ต้นฟิโลเดนดรอนก็เป็นไม้ประดับที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้

รู้จักกับฟิโลเดนดรอน Philodendron

ในประเทศเรามีการปลูกฟิโลเดนดรอนกันหลายสิบสายพันธุ์ ซึ่งก็มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและส่วนหนึ่งก็ปรับปรุงสายพันธุ์เอง โดยจะเรียกกันในชื่อสั้นๆว่าฟิโลแล้วก็ตามด้วยชื่อสายพันธุ์ย่อย เช่นฟิโลใบเลื่อย ฟิโลไวโอลิน ฟิโลใบหัวใจ ฟิโลก้านส้ม ส่วนใหญ่ก็จะตั้งชื่อตามเอกลักษณ์ของใบ อย่างฟิโลใบเลื่อยนั้นก็จะมีลักษณะใบที่หยักๆเป็นซี่ๆคล้ายกับใบเลื่อย ฟิโลก้านส้ม ที่เรียกชื่อนี้ก็เพราะว่ามีก้านใบสีส้ม

ธรรมชาติของต้นฟิโลนั้นเป็นต้นไม้ที่ขึ้นในป่า โดยอาศัยต้นไม้อื่นเป็นร่มเงาและใช้รากเกาะเพื่อเลื้อยพันขึ้นไป แต่ก็มีฟิโลบางชนิดที่ไม่ใช่เป็นไม้เลื้อย ใบจะมีลักษณะแตกต่างกันตามแต่ละสายพันธุ์และแต่ละช่วงอายุ อย่างเช่นเมื่อต้นยังเล็กใบก็จะเป็นใบปกติที่ไม่มีแฉกหรือฉลุ พอต้นโตไปได้สักระยะ ใบเริ่มใหญ่ขึ้นจึงจะเริ่มปรากฏรอยแฉกที่ใบชัดเจน

วิธีปลูกฟิโลเดนดรอน

การขยายพันธุ์ฟิโลเดนดรอนนิยมกัน2วิธีคือเพาะเมล็ดและปักชำ การเพาะเมล็ดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเมล็ดที่นำเข้าจากต่างประเทศ ในบ้านเรายังไม่มีการปลูกเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ขาย อาจจะเป็นเพราะว่าหาคนที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้ได้น้อย หลายๆคนเลี้ยงฟิโลเดนดรอนไว้นานปีก็อาจจะมีดอกให้เห็นกันอยู่บ้างแต่ก็จะมักไม่ติดเมล็ดเพราะไม่ได้ผสมเกสร

การเพาะเมล็ดจะเพาะในถาดเพาะ โดยใช้พีทมอส เพราะว่าเป็นอินทรียวัตถุจากธรรมชาติ เก็บความชื้นได้ดี มีแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับต้นอ่อน เมื่อเมล็ดงอกจนมีใบได้2-3ใบ ก็จึงทำการย้ายปลูกลงกระถางต่อไป

การปักชำ จะใช้ดินร่วน แกลบเผา ขุยมะพร้าว เป็นส่วนผสมสำหรับดินเพาะ ซึ่งจะปักชำลงในกระถางหรือแปลงปลูกก็ได้ เลือกเถาฟิโลตัดให้มีความยาว2-3ข้อ ให้มีใบติดมาด้วยเป็นท่อนพันธุ์ นำไปปักชำในวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ ประมาณ 1เดือน กิ่งพันธุ์ก็จะเริ่มมีรากงอกออกมา

ฟิโลเดนดรอนปลูกในน้ำ

การที่จะนำท่อนพันธุ์ไปปลูกในน้ำนั้น ทำได้เฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น และจะต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆและก่อนนำน้ำมาใส่ภาชนะปลูก ควรพักน้ำไว้อย่างน้อย1-2คืน เพื่อลดคลอรีนในน้ำ ในน้ำนั้นจะมีสารอาหารน้อย จำเป็นต้องให้ปุ๋ยละลายน้ำเสริมด้วย อย่างไรก็แล้วแต่ฟิโลเดนดรอนไม่ใช่พืชน้ำ ดังนั้นควรจะปลูกลงกระถางหรือลงดิน ต้นจะมีการเจริญเติบโตและแข็งแรงกว่าการนำไปปลูกในน้ำ

ประโยชน์ของฟิโลเดนดรอน

-เป็นงานอดิเรกที่ช่วยให้ผ่อนคลายทั้งทางสมองและทางร่างกาย การใช้เวลาวางปลูกต้นไม้ ดูแลต้นไม้ ความร่มรื่น ความเขียวขจี ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน เกิดสมาธิ ลดความเครียดสะสม ส่งผลให้สุขภาพจิตดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น

-เป็นต้นไม้ที่ช่วยปรับปรุงคณภาพของอากาศภายในที่อยู่อาศัย ฟิโลเดนดรอนช่วยเพิ่มความชื้นและฟอกอากาศ ลดสารเคมีอันตราย ลดปริมาณฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศ ทำให้อากาศดีขึ้น ลดการเกิดปัญหาเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ

-ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับที่อยู่อาศัย ต้นฟิโลเป็นต้นไม้ที่มีใบสวย ทรงสวย เป็นจุดพักผ่อนสายตา เป็นมุมนั่งเล่น ช่วยเพิ่มบรรยากาศดีๆให้กับบ้าน บ้านไม่จำเป็นต้องมีแค่เฟอนิเจอร์หรือของตกแต่งที่ไร้ชีวิตชีวาเท่านั้น ต้นไม้สวยๆเพียงสองหรือสามต้น บ้านก็ดูน่าอยู่ขึ้นแล้ว

6 สายพันธุ์ฟิโลเดนดรอนน่าปลูก

1.ฟิโลเดนดรอนซานาดู เป็นฟิโลที่มักจะพบเห็นกันได้บ่อยที่สุด หาซื้อได้ง่าย เป็นไม้เลื้อยที่ชอบเกาะเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวแล้วไต่ขึ้น มีใบหยักสวยงาม แผ่ก้านใบออกไปรอบๆต้น ชอบแสงน้อย โตไว

2.ฟิโลเดนดรอนหูช้าง ใบสีเขียวใหญ่ มองเผินๆแล้วดูเหมือนหูช้าง เป็นฟิโลที่โตต็มที่แล้วมีความสูงท่วมหัวคนเลี้ยงได้ โดดเด่นที่ใบมีความมัน เป็นไม้ที่ตัดใบไปจัดแจกันหรือประดับตกแต่งได้ ชอบแดดรำไร เลี้ยงง่าย

3.ฟิโลเดนดรอนไวโอลิน เป็นต้นฟิโลที่มีรูปทรงของใบคล้ายกับไวโอลิน ทำให้ดูแปลกตากว่าสายพันธุ์อื่น วางประดับมุมไหนของบ้านก็ดูเก๋ ไม่ชอบแสงแดดจัด ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศบ้านเรา

4.ฟิโลเดนดรอนใบหัวใจ เป็นอีกต้นไม้ที่ใบมนสวยเป็นรูปหัวใจ นิยมมาประดับตกแต่งในอาคารบ้านเรือน จะปลูกในกระถางวางพื้นหรือปลูกในกระถางแขวน ปล่อยให้ยอดย้อยลงมาจากกระถางก็ยิ่งดูสวยงาม

5.ฟิโลเดนดรอนใบมะละกอ สายพันธุ์ที่มีใบที่แฉกจนถึงโคนใบ ใบสีเขียวเป็นมันสวย นอกจากจะปลูกประดับแล้วก็เป็นไม้ตัดใบ ที่นำใบไปจัดแจกัน จัดดอกไม้ได้สวยงาม ชอบแสงแดดรำไร ชอบวัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดี

6.ฟิโลเดนดรอนมรกตแดง ฟิโลใบใหญ่ที่ใบมีสีเขียวอมแดง เลี้ยงง่าย แข็งแรง ไม่ชอบแดดจัด ชอบวัสดุปลูกที่มีความโปร่ง ต้องการน้ำไม่มาก

บทส่งท้าย

การปลูกต้นไม้สวยๆในบางชนิดอาจจะต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ แสง ปุ๋ย จึงจะให้ต้นที่สวยงามได้ แต่สำหรับฟิโลเดนดรอนแล้ว ในแทบทุกสายพันธุ์ที่มีการปลูกในบ้านเรา จะเป็นพันธุ์ที่ดูแลง่าย แทบไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ ทนอากาศร้อน เจริญเติบโตได้ดีและมีความสวยงามไม่แพ้ไม้ประดับชนิดอื่น

อยากหาต้นไม้ที่ช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน ตกแต่งมุมของห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ริมระเบียง ฟิโลเดนดรอนเป็นต้นไม้ที่เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมือเก่า มาเนรมิตสีเขียวให้บ้านสวยกันด้วยฟิโลกันเถอะ

ฟิโลหูช้าง สดชื่น ผ่อนคลาย ด้วยต้นไม้ฟอกอากาศใบเขียวสวย

เมื่อหลายปีก่อนย้ายบ้านใหม่ อยากจะหาไม้ประดับในร่มสวยๆไปแต่งสวนหน้าบ้านสักหน่อย ให้มีสวนเล็กๆไว้นั่งเล่นนั่งพักผ่อนหน้าบ้าน เจ้าของร้านก็ได้แนะนำต้นไม้ให้หลายชนิด แต่ที่สะดุดตาก็คือเจ้าต้นไม้ใบทรงสามเหลี่ยม ใบใหญ่พอดู เป็นขนาดที่อยากได้ต้นใหญ่ขนาดนี้เสียด้วย ซึ่งก็คือฟิโลหูช้าง เป็นต้นไม้ในสกุลฟิโลเดนดรอน ตอนนั้นพอรู้จักมอนสเตอร่าอยู่บ้าง แต่กับฟิโลเดนดรอนนั้นยังไม่เคยซื้อมาปลูกที่บ้านเลยสักต้น

ก็เลยถือเป็นโอกาสดี ที่จะได้ฟิโลเดนดรอนไปลองเลี้ยงดูสัก2-3ต้น ในตอนนั้นก็ถือว่าเราเป็นมือใหม่ในการปลูกต้นไม้อย่างมาก เพราะเคยอยู่แต่ในคอนโดที่เลี้ยงประจำก็มีแต่ต้นกระบองเพชรเท่านั้น ก็ได้แต่สอบถามถึงวิธีการดูแลฟิโลหูช้างกับคนขาย ก็ได้ความว่าไม่ต้องรดน้ำบ่อย 1หรือ2วันรดครั้งก็ได้

ฟิโลหูช้าง
ฟิโลหูช้าง Philodendron giganteum

หลังจากได้ต้นฟิโลหูช้างมาอยู่ที่บ้าน ก็ทำตามที่คนขายแนะนำทุกประการ คือ1-2วันรดน้ำทีกับให้ปุ๋ยออสโมโค้ด ผ่านไปประมาณ2-3เดือน ฟิโลหูช้างที่ใส่กระถางวางไว้หน้าบ้านก็แตกยอดแตกใบเพิ่มขึ้น พอเข้าเดือนที่6ก็ยิ่งใบเขียวสวยงามมาก ใครๆผ่านมาเห็นก็มีแต่ชมว่าต้นใหญ่ต้นสวย แต่…ครบ6เดือนไม่กี่วันผ่านไป ต้นฟิโลที่เลี้ยงไว้ก็เริ่มมีอาการใบเหลือง เริ่มจาก1ใบ กลายเป็น2ใบ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและดูเหมือนจะหยุดการเจริญเติบโต ด้วยความที่เข้าใจผิดเพราะเป็นมือใหม่หัดปลูกจริงๆ ก็เลยคิดไปว่าน่าจะขาดปุ๋ย ก็เริ่มให้ปุ๋ยเพิ่มขึ้นไปอีก แต่จนแล้วจนรอด อาการของฟิโลหูช้างทุกต้นที่เลี้ยงไว้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

จนสุดท้ายก่อนที่ต้นจะตาย ก็เลยลองรื้อกระถางออกดู ถึงได้พบปัญหาที่แท้จริง นั่นก็คือต้นเป็นโรครากเน่า สาเหตุน่าจะมาจากความชื้นในกระถางที่มากเกินไป คือเมื่อเวลาเรารดน้ำเจ้าฟิโลหูช้างนี้ จะสังเกตดูเพียงแค่ด้านบนของกระถางนั้นแห้งแล้วจึงรดน้ำ แต่ความจริงวัสดุที่เราใช้ปลูกนั้นด้านบนแห้งก็จริงแต่ด้านในก็ยังชื้นอยู่มากและเมื่อรดน้ำเข้าไปบวกกับกาบมะพร้าวสับที่เก็บความชื้นได้ดี นานวันเข้าจึงทำให้ต้นฟิโลหูช้างนั้นเกิดอาการโรครากเน่าขึ้นมาได้ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกเลยที่ได้ปลูกฟิโลเดนดรอน

วิธีปลูกฟิโลหูช้าง

ต้นฟิโลหูช้างนั้น เป็นต้นไม้ที่เหมาะกับปลูกโชว์ใบโชว์ต้น ใบใหญ่ มีความมันวาว ไม่ชอบแสงแดดแรงๆ ตามธรรมชาติมักอาศัยร่มเงาของต้นไม้อื่นเพื่อการเจริญเติบโต การขยายพันธุ์นั้นนิยมกัน2วิธีคือการเพาะเมล็ดกับการปักชำ ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็มีข้อดีแตกต่างกัน การเพาะเมล็ดนั้นจะทำให้ต้นฟิโลหูช้างมีรากที่แข็งเรง ค่อยๆเจริญเติบโตไปเรื่อยๆแต่ต้นก็แข็งแรง ส่วนการปักชำนั้นก็จะได้ต้นตามขนาดกิ่งที่ปักชำเลย หลังจากรากเริ่มเดินประมาณ1เดือนก็จะเริ่มแตกใบใหม่เพิ่มขึ้น เรียกว่าใช้เวลารอให้ต้นใหญ่น้อยกว่าการเพาะเมล็ด

ฟิโลเดนดรอนนั้นชอบความชื้น วัสดุปลูกก็จะต้องเก็บความชื้นได้ดีและโปร่ง เพื่อให้ระบายน้ำได้ดีและไม่มีความชื้นมากจนเกินไป โดยวัสดุปลูกที่ใช้จะเป็นดินร่วน กาบมะพร้าวสับและปุ๋ยคอก ให้น้ำ1-2วันครั้ง รดให้ชุ่มพอประมาณและให้ปุ๋ยสูตรละลายช้า13-13-13 2-3เดือนครั้ง ฟิโลหูช้างจะชอบแดดรำไร อาจจะปลูกในที่ร่มหรือโดนแดดอ่อนๆช่วงครึ่งวันเช้าได้

ประโยชน์ของฟิโลหูช้าง

-เป็นไม้ประดับที่สามารถปลูกในกระถางประดับทั้งภายในบ้านหรือนอกบ้านและปลูกลงดินเพื่อจัดสวน

-เป็นไม้ฟอกอากาศที่มีความสามารถในการดูดซับสารพิษและฝุ่นละอองได้ดีและยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศได้อีกด้วย

-เป็นไม้ตัดใบ ใบของฟิโลหูช้าง เป็นใบที่ใหญ่ มีความมันวาว สามารถนำไปตกแต่งจัดแจกัน ช่อดอกไม้ ซุ้มดอกไม้ในงานต่างๆได้

ปลูกอย่างไรให้สวย

ต้นไม้ที่ซื้อมาจากร้าน ทุกคนก็อยากจะคงสภาพความสวยไว้เหมือนกับตอนที่ซื้อมา แต่การจะเลี้ยงให้ต้นไม้มีความสวยงามโดยเฉพาะไม้ในร่มนั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเลยก็คือเรื่องแสง ฟิโลหูช้างชอบแดดรำไร เมื่อใบโดนแดดใบจะเหลืองและไหม้ จุดที่วางกระถางจะต้องไม่โดนแสงแดดแรงๆส่องถึงหรืออาจจะใช้ตาข่ายพรางแสง50-60% กางบริเวณจุดที่ปลูก แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรวางไว้ในร่มในจุดที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ตรงนี้ก็จะทำให้เกิดโรคและทำให้ใบไม่สวยได้เช่นกัน

การรดน้ำในแต่ละครั้ง ควรสำรวจดูภายในกระถางเสียก่อนว่ามีความชื้นมากน้อยเพียงใด ถึงแม้ว่าฟิโลหูช้างจะชอบความชื้น แต่ถ้าชื้นมากจนเกินไปอาจจะทำให้รากเน่าได้ การรดน้ำไม่จะเป็นต้องกำหนดว่าจะรด1หรือ2วันครั้งก็ได้ ให้ดูที่ความชื้นในกระถางจะดีกว่า

วัสดุปลูกถึงแม้อาจจะผสมปุ๋ยลงไปด้วย แต่ธาตุอาหารก็มีวันหมด จึงควรให้ปุ๋ยเพิ่มเติมเดือนละครั้งในกรณีที่เป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีธรรมดา ถ้าเป็นปุ๋ยละลายช้าอาจจะ3เดือนครั้ง

บทส่งท้าย

ถ้าชอบต้นไม้ใบใหญ่ ฟอร์มสวยๆ ฟิโลเดนดรอนหูช้าง เป็นต้นไม้ที่น่าจะตอบโจทย์ได้ เป็นฟิโลที่ไม่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ไม่ค่อยมีโรคและแมลงมารบกวน โตเต็มที่สูงได้เกือบ1เมตร ซึ่งอาจจะต้องทำเสาให้ต้นไต่ขึ้นไป ก็ดูสวยงามไปอีกแบบ แต่กว่าจะสูงขนาดนี้ก็ใช้เวลาพอสมควร ฟิโลหูช้างมีอัตราการเจริญเติบโตปานกลาง เรียกว่าดูแลกันไปเรื่อยๆ ก็จะโตแบบสวยๆไปเรื่อยๆเช่นกัน นอกจากมีความงามก็ยังมีประโยชน์เป็นต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ ซึ่งเป็นเทรนด์อีกอย่างของคนรักการปลูกต้นไม้ที่ได้ประโยชน์กันสองต่อเลยทีเดียว..

พลูสนิม ต้นพลูใบกำมะหยี่ เปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้มีสีเขียว

ถ้าอยากปลูกต้นไม้ประดับไว้ในบ้าน ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากคือการดูแลรักษาให้สวยงาม ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับต้นไม้ในแต่ละสายพันธุ์ให้ดีเสียก่อน เพราะมีความแตกต่างไม่ว่าจะเรื่องความต้องการ แสง น้ำ ดิน ปุ๋ย และการเอาใจใส่ แล้วถ้าคนที่มีเวลาน้อย อยากจะมีต้นไม้สวยๆไว้ในบ้านกับเขาบ้าง จะมีต้นไม้แบบในตอบโจทย์ได้บ้าง พลูสนิมหรือพลูกำมะหยี่ เป็นพืชในสกุลฟิโลเดนดรอน เป็นต้นพลูที่เลี้ยงได้ง่าย ทนทานต่ออากาศที่ร้อนได้ในทุกฤดูแบบบ้านเรา ซึ่งสามารถนำมาปลูกประดับไว้ในบ้านได้ โดยใช้การดูแลที่น้อย

พลูสนิม
พลูสนิม

ลักษณะของพลูสนิม

พลูสนิม เป็นต้นไม้ที่มีใบสวยลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ใบกำมะหยี่สีเขียวปนน้ำตาลแดงเหมือนกับสีของสนิม ใต้ใบมีสีม่วงอมแดง เมื่อใบกระทบกับแสงอ่อนๆก็จะยิ่งเพิ่มความสวยงาม เป็นไม้เลื้อยที่ชอบแดดรำไร เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ปลูกได้ในกระถางตั้งพื้นหรือเป็นกระถางแขวน พลูสนิมไม่ได้มีแค่ความสวยงามอย่างเดียว แต่ยังเป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้ดีอีกด้วย

การดูแลพลูสนิม

ถึงแม้ว่าการเจริญเติบโตอาจจะไม่รวดเร็วเหมือนพลูด่าง แต่พลูสนิมจะค่อยๆเติบโตเรื่อยๆ แตกยอดอ่อนอย่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว เมื่อเถาเลื้อยยาวออกมามากก็สามารถตัดไปปักชำในน้ำหรือในดิน เพื่อขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนต้นขึ้นมาได้อีก อย่างที่บอกไว้แล้วว่าเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย เรียกได้เลยว่าปลูกง่าย ตายยาก เพียงแต่ต้องปลูกไว้ในร่มหรือในที่แสงแดดรำไรเท่านั้น รดน้ำ2-3วันครั้ง พลูสนิมชอบน้ำ ชอบความชื้น วัสดุที่ใช้ปลูกควรมีส่วนผสมของวัสดุที่สามารถเก็บความชื้นได้ดีเช่นกาบมะพร้าวสับหรือขุยมะพร้าว ช่วยทำให้ไม่ต่องรดน้ำบ่อยๆ

บทส่งท้าย

ความเชื่อเก่าๆที่บอกกันว่าไม่ควรปลูกต้นไม้ไว้ในห้องนอนหรือในบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าเวลากลางคืนนั้นต้นไม้จะดูดอ็อกซิเจนเข้าไปและคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ทำให้เป็นการแย่งอากาศเราหายใจ ทำให้อึดอัด หายใจไม่สะดวก นอนไม่หลับ แต่ความจริงแล้วการคายคาร์บอนไดออกไซด์แล้วมาแย่งอ็อกซิเจนนั้นเป็นปริมาณที่น้อยมาก แทบไม่ส่งผลอะไรกับมนุษย์ที่อยู่ในห้องเลย การที่เราพาเพื่อนมานอนค้างที่ห้องยังแย่งอากาศเราหายใจได้มากกว่าต้นไม้หลายเท่าตัว ดังนั้นถ้าอยากปลูกพลูสนิมไว้ในห้องนอน ในห้องพัก หรือปลูกในคอนโด ก็สามารถทำได้ เพิ่มความสดชื่นให้ห้องเราได้มากขึ้นอีก

หลายคนคงจะเคยเจอเมื่อเวลาไปซื้อต้นไม้ในร้านขายต้นไม้เพื่อมาเลี้ยงที่บ้าน เวลาที่อยู่ในร้านนั้น จะมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้สวยๆน่าซื้อทั้งนั้น แต่เมื่อซื้อแล้วนำไปอยู่ที่บ้าน ความสดใสที่เคยมีกลับลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เริ่มมีใบสีเหลือง มีใบที่เหี่ยวเฉา ทั้งที่ก็พยายามรดน้ำอยู่เป็นประจำ สาเหตุหลักที่เจอได้บ่อยกับมือใหม่ที่หัดเลี้ยงก็คือ การรดน้ำบ่อยๆนี่เอง ต้นไม้ที่เลี้ยงต้องการน้ำก็จริงแต่เมื่อรดน้ำมาก ความชื้นในกระถางก็จะสูง ทำให้เกิดรากเน่าหรือเกิดใบเหลืองได้ การรดน้ำต้นไม้จึงควรทำแต่พอเหมาะ อาจจะไม่ต้องรดน้ำทุกวัน ให้สังเกตดูในกระถาง ถ้ายังชุ่มอยู่ก็ไม่ควรรด ต้นพลูสนิมก็เช่นกัน รดได้แค่พอประมาณ เป็นต้นไม้ที่ทน เลี้ยงง่าย เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยแต่อยากเลี้ยงพลูสวยๆไว้ประดับห้องอยู่แล้ว

ฟิโลใบมะละกอ ฟิโลเดนดรอนปลูกได้ไม่ง้อแดด ใบสวยชวนมอง

กำลังเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับการปลูกไม้ประดับและเพื่อให้เป็นต้นไม้ฟอกอากาศ เพื่อขจัดปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศ ทำให้พืชในสกุลฟิโลเดนดรอนหรือที่เรียกกันสั้นๆว่าฟิโลเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ด้วยการที่เป็นต้นไม้ใบสวย ใบใหญ่ ปลูกประดับในบ้าน ในสวนได้ ฟิโลเดนดรอนนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์ก็มีลักษณะของใบนั้นแตกต่างกันออกไป สายพันธุ์ยอดนิยมที่จะแนะนำให้รู้จักในบทความนี้ก็คือ ฟิโลใบมะละกอ หรือฟิโลเดนดรอนใบมะละกอ เป็นต้นฟิโลที่ลักษณะของใบเป็นแฉกคล้ายกับใบของมะละกอ เป็นไม้ประดับในร่มที่มีใบสีเขียวเข้มช่วยสร้างความร่มรื่น สดชื่นให้ที่แก่พักอาศัยและก็ยังมีประโยชน์ในการเป็นต้นไม้ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์อีกด้วย

ฟิโลใบมะละกอ
ฟิโลใบมะละกอ

ฟิโลใบมะละกอ Philodendron bipinnatifidum

เป็นสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศอเมริกาใต้ เป็นพืชป่าที่ขึ้นตามโคนต้นไม้ใหญ่ โดยอาศัยร่มเงาของไม้ต้นอื่นเพื่อเจริญเติบโต ชอบแสงแดดรำไร ดินปลูกที่เหมาะสมคือดินร่วน เข้ากันได้ดีกับสภาพอากาศในบ้านเรา ฟิโลใบมะละกอ ขยายพันธุ์ได้ง่ายโดยใช้เมล็ด การปักชำและแยกหน่อ การเพาะเมล็ดนั้นถึงแม้จะได้ต้นที่แข็งแรงแต่การติดดอกของฟิโลนั้นจะเป็นฤดู ทำให้ไม่มีเมล็ดพันธุ์ที่จะใช้เพาะได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นมีการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ เมล็ดพันธุ์ฟิโลใบมะละกอที่มีขายในบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นเมล็ดที่นำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนการปักชำนั้นสามารถทำได้ตลอดปีไม่ว่าจะฤดูไหน ซึ่งจะปักชำลงในดินเลยก็ได้หรือจะปักชำไว้ในน้ำ ทิ้งไว้ให้มีรากงอกออกมาก่อนจึงนำไปปลูกลงกระถางต่อไปก็ได้ และวิธีสุดท้ายคือวิธีการแยกหน่อ เมื่อต้นฟิโลเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะมีหน่อเล็กๆโผล่ขึ้นมา ปล่อยทิ้งไว้ให้เจริญเติบโตสักระยะ ก็สามารถแยกหน่อนำไปปลูกได้เลย

ประโยชน์ของฟิโลเดนดรอนใบมะละกอ

-ฟิโลใบมะละกอ เป็นไม้ใบแฉกที่มีความสวยงาม สามารถปลูกเป็นไม้ตัดใบขายได้ โดยนำมาปลูกลงแปลง เพื่อให้ต้นได้โตเต็มที่และมีใบที่ใหญ่ เหมาะกับการนำใบ ไปประดับตกแต่งจัดดอกไม้ในงานพิธีต่างๆ

-เป็นต้นไม้ปลูกเพื่อความสวยงามปลูกในกระถางหรือปลูกในสวน ด้วยทรงต้นที่มีก้านใบแผ่ออกด้านข้างมีใบที่สีเขียวเข้ม ต้นฟิโลสายพันธุ์นี้เมื่อนำมาปลูกลงในกระถาง วางประดับในบ้าน ก็จะทำให้ดูโดดเด่น สะดุดตา สร้างบรรยากาศในบ้านให้ดูร่มรื่น ส่วนการนำไปจัดส่วนนั้น อาจจะต้องนำไปปลูกร่วมกับต้นไม้ใหญ่ เพื่อช่วยบังแสงไม่ให้แสงแดดจัดในช่วงเวลากลางวันส่องถึงต้นได้โดยตรง

-ช่วยดูซับฝุ่นและช่วยฟอกอากาศ ฟิโลใบมะละกอนั้น มีใบที่หนาและใหญ่ จึงสามารถซับฝุ่นเล็กๆในอากาศได้เป็นอย่างดีและยังช่วยฟอกและขจัดมลพิษในอากาศ ทำให้ภายในบ้านมีอากาศบริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้น

วิธีดูแลฟิโลใบมะละกอ

โดยธรรมชาติแล้วฟิโลใบมะละกอ เป็นต้นไม้ที่ปรับตัวเก่ง จึงสามารถปลูกได้ในสภาพอากาศที่ร้อนๆแบบในบ้านเราได้สบาย เพียงแต่ว่าฟิโลนั้นจะไม่ต้องการรับแสงแดดจัดๆโดยตรง การหาตำแหน่งที่วางกระถางนั้น ควรเลือกในตำแหน่งที่รับแสงแดดเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดโรคใบไหม้และการได้รับแสงบ้างก็เพื่อให้ต้นฟิโลนั้นสามารถสร้างอาหารได้

ในเรื่องของการให้น้ำฟิโลใบมะละกอนั้น ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมากและยังทนแล้งได้ดีในระดับหนึ่ง โดยอาจจะใช้วิธีดูในกระถาง ถ้ายังชื้นๆอยู่ก็ไม่ต้องรด ถ้าวัสดุปลูกในกระถางที่ใช้มีส่วนผสมของกาบมะพร้าวสับอยู่ด้วย ซึ่งก็จะเก็บความชื้นได้ดี อาจจะ3-4วันรดน้ำครั้งก็ได้

การให้ปุ๋ยอาจจะใช้ปุ๋ยสูตรเสมอละลายช้า 13-13-13 หรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 ใส่ทุกเดือน ซึ่งเป็นปุ๋ยสูตรนี้ก็หาซื้อได้ง่ายและมีธาตุอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช

บทส่งท้าย

ต้นฟิโลใบมะละกอนั้นจะเป็นต้นไม้ที่ทนทานชนิดหนึ่ง เมื่อนำมาปลูกเลี้ยงในบ้านก็จะไม่ค่อยเจอปัญหาที่เกิดจากโรคและแมลงตามธรรมชาติเท่าไหร่ แต่มักจะเกิดจากการจัดการของผู้เลี้ยงมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำที่มากเกินไป การวางต้นไม้โดนแดดจัดหรือการตั้งกระถางในมุมอับ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ซึ่งการดูแลโดยขาดความเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้เหล่านี้ ก็จะทำให้เกิดอาการใบเหลืองหรือรากเน่าได้

การที่จะปลูกฟิโลใบมะละกอให้ได้ต้นสวยๆใบสวยๆนั้น ถ้าศึกษาก่อนสักนิด ทำความเข้าใจกับธรรมชาติของต้นไม้ก่อน เลี้ยงให้ได้ต้นสวยไม่ใช่เรื่องยากเลย แถมต้นฟิโลนั้นก็ไม่ใช้ต้นไม้ที่ต้องการการประคบประหงม แต่เป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรงอยู่แล้ว เพียงแค่เข้าใจเรื่อง แสง น้ำ ปุ๋ย ก็จะสามารถปลูกฟิโลใบมะละกอให้สวยๆไว้อวดใครๆได้แล้ว

พลูปีกนก ต้นไม้สายพลู ปลูกไว้เมื่อไรก็สวย

ต้นไม้ฟอกอากาศกำลังเป็นที่นิยมปลูกกันมากขึ้น เพราะในปัจจุบันนั้นทั้งเรื่องฝุ่นละอองและสารพิษในอากาศล้วนมีเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ไม่เว้นแม้แต่ในบริเวณบ้านพักอาศัยที่ใช้สำหรับพักผ่อน เป็นบริเวณส่วนตัวที่ต้องการอากาศบริสุทธิ์และความสดชื่น พลูปีกนก เป็นพลูที่เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่อยากแนะนำให้ปลูกไว้ในบ้าน สำหรับคนที่ต้องการความเขียวขจี สบายตา และได้เครื่องฟอกอากาศจากธรรมชาติดีๆมาไว้ประดับในพื้นที่อยู่อาศัย

พลูปีกนก
พลูปีกนก

พลูปีกนก Monstera karsteniana

ต้นพลูปีกนกมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าพลูระเบิด เป็นไม้เลื้อย มีใบหนาสีเขียวเข้ม ผิวด้านบนของใบมีลักษณะนูนคล้ายกับรอยย่น เป็นอีกหนึ่งชนิดที่เป็นพลูเลี้ยงง่าย ปลูกได้ในดินทุกชนิด เข้ากับอากาศที่ร้อนในบ้านเราได้ดี ชอบน้ำน้อยถึงปานกลาง ปลูกในร่มมีแดดรำไรจะเจริญเติบโตได้ดี พลูปีกนกสามารถนำไปปลูกได้ในหลายรูปแบบตามแต่ไอเดียของผู้ปลูก ไม่วาจะปลูกในกระถางแขวนลอย กระถางติดผนัง กระถางตั้งพื้น จัดสวนแนวตั้ง หรือจะปลูกแบบไร้ดินก็ได้ เพราะเป็นต้นไม้ที่ทนทาน ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี

การขยายพันธุ์พลูปีกนก

ปีกนกส่วนในเรื่องของการขยายพันธุ์นั้น ก็ทำได้ง่ายโดยใช้วิธีปักชำ ถ้าอยากปักชำให้รากงอกเร็วและแข็งแรงควรใช้วิธีปักชำแบบควบแน่น ซึ่งก็มีวิธีดังนี้คือ นำกิ่งพันธุ์ที่เตรียมไว้มาตัดเพื่อปักชำ โดยตัดกิ่งให้ติดใบยาวประมาณ2ข้อ เตรียมวัสดุปลูกโดยใช้ดินผสมใบก้ามปู แกลบ กาบมะพร้าวสับ ผสมให้เข้ากันใส่ลงในกระถาง

นำกิ่งพันธุ์พลูปีกนกที่เตรียมไว้มาปักลงในกระถาง รดน้ำให้ชุ่ม นำกระถางไปใส่ในถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่ ไม่ให้อากาศผ่านเข้าออกได้ นำไปไว้ในที่ร่มรำไร ประมาณ2สัปดาห์เปิดดูว่ามีรากหรือไม่ ให้รากงอกออกมามากพอประมาณจึงค่อยนำออกมาเลี้ยงนอกถุงพลาสติก ซึ่งวิธีการปักชำแบบควบแน่นนอกจากจะทำให้รากที่งอกออกมาแข็งแรงแล้วก็ยังช่วยประหยัดเวลาในการดูแล ไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพียงแค่คอยเช็คว่ารากแข็งแรงพอที่จะนำต้นออกจากถุงพลาสติกแล้วหรือยัง

ส่วนการปลูกพลูปีกนกในน้ำนั้น ก็จะใช้วิธีเดียวกับการปลูกพืชชนิดอื่นในน้ำ เพียงแต่ต้องใช้กิ่งพันธ์ยาวตามภาชนะที่ใช้ปลูก การใช้น้ำในการปลูก ถ้าใช้น้ำประปาควรระวังเรื่องคลอรีนในน้ำ ให้นำน้ำมาพักไว้ก่อน1-2คืนจึงใช้ปลูกพลูได้และเปลี่ยนน้ำประมาณ10-15วันครั้ง การปลูกแบบไร้ดินนั้นต้นพลูปีกนกจะได้รับธาตุอาหารน้อย เพราะว่าน้ำจะมีธาตุอาหารน้อยมาก จึงควรเสริมด้วยปุ๋ยประเภทละลายน้ำและปุ๋ยทางใบ เพื่อให้ต้นเจริญงอกงามได้ดี

ไม่ว่าจะมีเวลาดูแลน้อยหรือพื้นที่ปลูกมีข้อจำกัดต่างๆ ก็สามารถปลูกพลูปีกนกได้ เป็นต้นพลูที่ปลูกได้ในทุกสภาพอากาศของบ้านเราและยังดัดแปลงปลูกได้ในหลายแบบ โรคและแมลงก็ไม่ค่อยมีมากวนเท่าไหร่ ใบสวยแปลกตาแบบนี้ คงไม่น่าพลาดที่จะลองหามาปลูกกัน ไว้เป็นจุดพักสายตา หลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานมาแล้วทั้งวัน ผ่อนคลายจิตใจด้วยด้วยต้นไม้สวยๆในบ้าน

พลูใบเงิน ปลูกง่าย โตไว ใบสวย ปลูกใส่กระถางประดับบ้าน

ถ้าสนใจปลูกไม้ประดับในกระถางสวยๆที่เป็นต้นไม้ในตระกูลพลูต่างๆ พลูใบเงิน เป็นพลูอีกชนิดหนึ่งที่มีใบสีสวยน่าสนใจ ซึ่งก็มีหลายชื่อเรียกอีกเช่นพลูเงิน พลูรับเงิน พลูราชินีเงิน จุดเด่นของพลูชนิดนี้ก็คือมีใบที่รียาว ใบด้านบนมีสีเทาเงิน ถ้าเลี้ยงในร่มให้ใบใหญก็จะยิ่งเห็นสีที่สวยงามชัดเจน

เป็นไม้เลื่อยที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย จะเลี้ยงในกระถางตั้งพื้นหรือจะเลี้ยงในกระถางแขวนลอย ให้เป็นทรงพุ่มแล้วมีใบย้อยลงจากกระถาง จะดูสวยงามมาก สามารถปลูกเป็นไม้ประดับในห้องทำงาน ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น บริเวณระเบียง และพลูใบเงินก็เป็นต้นไม้ในห้องแอร์ได้

พลูใบเงิน
พลูใบเงิน

การขยายพันธุ์พลูใบเงิน

การขยายพันธุ์ต้นพลูใบเงินนั้นทำได้โดยการปักชำ นำกิ่งที่ไม่อ่อนจนเกินไปมาตัดความยาวประมาณ2-3ข้อให้มีใบติดมาด้วย เตรียมวัสดุปักชำ ซึ่งวัสดุปักชำที่ดีนั้นควรมีลักษณะที่โปร่ง ให้น้ำและอากาศไหลผ่านได้ง่าย แต่ก็สามารถดูดซับความชื้นได้ดีในระดับหนึ่ง จึงควรใช้ดิน ผสมกับทรายหยาบ แกลบเผา ขุยมะพร้าว จะทำให้รากที่งอกออกมาใหม่จากกิ่งพันธุ์เจริญเติบโตได้ดี

พลูใบเงินเป็นไม้ที่ชอบความชื้นปานกลาง ชอบร่มรำไรมากกว่าแดดจัด ถ้าเลี้ยงในร่มใบจะยิ่งเป็นสีเทาเงินมากขึ้น เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ อาจจะ1-2วันครั้ง ขึ้นอยู่กับวัสดุและกระถางที่ใช้ว่าสามารถเก็บความชื้นได้มากหรือน้อย การให้ปุ๋ยใช้สูตรละลายช้าออสโมโค้ด 13-13-13 และให้ปุ๋ยทางใบเป็นปุ๋ยเกล็ด 15-8-8 หรือสูตรอื่นที่เรโชใกล้เคียง

ต้นพลูใบเงิน เลี้ยงง่ายและทนทาน ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง แต่การเลี้ยงอาจจะพบว่ามีใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วงหลุดบ้าง ซึ่งก็เป็นการทิ้งใบของต้น ส่วนเรื่องโรคเกี่ยวกับราที่พบได้บ่อยๆในการเลี้ยงไม้ประดับในร่มนั้น ถ้าไม่รดน้ำมากจนน้ำขังแฉะหรือใช้วัสดุปลูกที่ชื้นและแน่นจนเกินไปนั้น ก็จะไม่ค่อยเกิดปัญหาเกี่ยวกับโรครามารบกวน

บทส่งท้าย

บ้านเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน การปลูกต้นไม้สวยๆไว้ไม่ว่าจะส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน นอกจากจะเป็นงานอดิเรกแล้ว ก็ยังช่วยผ่อนคลายความเครียด สีเขียวของต้นไม้ใบไม้ที่งดงามก็ล้วนแต่สร้างความสดชื่น สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับที่อยู่อาศัย ต้นไม้ที่สวยงามไม่จำเป็นต้องมีราคาที่แพงเสมอไป อยู่ที่การนำไอเดียมาจัดแต่งให้ดูสวยงาม ดูแลรักษาอย่างเอาใจใส่ ต้นไม้ราคาธรรมดาๆก็ดูแพงขึ้นมาได้ พลูใบเงินเป็นอีกหนึ่งในไม้ใบสวย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดปลูก ก็สามารถนำมาดูแลให้สวยงามได้ดังใจได้