ประโยชน์ของเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ช่วยลดคอเลสเตอรอล ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นมีทั้งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ซึ่งเป็นไขมันที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมไปด้วย โอเมก้า 3, โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 ไขมันไม่อิ่มตัวทั้ง2ชนิดนี้ เป็นกรดไขมันที่ช่วยป้องกันโรค ช่วยลดไขมันไม่ดี ทำให้ระบบหลอดเลือดดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ

ลดความดันโลหิต มีแมกนีเซี่ยม ที่ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและช่วยในการคลายตัวของกล้ามเนื้อบริเวณผนังหลอดเลือด และแมกนีเซียมจะช่วยปรับสมดุลของโซเดี่ยมในร่างกาย ทำให้ความดันโลหิตนั้นลดลงได้
มีโพแทสเซียม ช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้เป็นปกติ ควบคุมปริมาณของเหลวภายในเซลส์โดยทำงานควบคู่กับโซเดี่ยมที่ควบคุมของเหลวภายนอกเซลส์ให้เกิดความสมดุลย์ ปรับกรด-เบสในร่างกาย และโพแทสเซี่ยมช่วยทำให้การทำงานของหัวใจเต้นเป็นปกติ
มีแคลเซี่ยม นอกจากจะดีสำหรับกระดูกและฟันแล้ว ก็ยังทำหน้าที่ในการปรับสมดุลความดันโลหิต ซึ่งจะช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท ระบบหลอดเลือด ระบบกล้ามเนื้อ รวมไปถึงกล้ามเนื้อหัวใจให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิต

-ช่วยบำรุงสายตา เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารแคโรทีนอยด์ พบในบริเวณจุดศูนย์กลางของเรตินา เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา ช่วยปกป้องเซลส์ของเรตินาจากรังสีที่อันตรายในแสงแดด ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม นอกจากนี้ยังชะลอความเสื่อมของตาเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นอีกด้วย

-ดีต่อสุขภาพทางเพศของผู้ชาย ซิลิเนี่ยมจะช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งฮอร์โมนนี้จะถูกสร้างขึ้นที่อัณฑะ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานในร่างกายที่แสดงออกถึงความเป็นชาย ช่วยให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เพิ่มขนาดอวัยวะเพศและสร้างอสุจิ และยังมีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มมวลกระดูกและมวลกล้ามเนื้อ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ช่วยลดน้ำหนัก?

สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักนั้น อาจจะเป็นกังวลในการกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์เพราะอาจจะส่งผลทำให้น้ำหนักตัวนั้นเพิ่มขึ้นได้ หากดูที่พลังงานจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบปริมาณ100กรัม ให้พลังงานถึง 553แคลอรี่ ซึ่งเมื่อนำเม็ดไปอบหรือคั่วแล้ว พลังงานที่ได้รับก็ไม่แตกต่างจากเม็ดดิบมากนัก ถ้ากินในปริมาณที่มากก็จะทำให้อ้วนขึ้นได้แน่นอน

แต่หากว่าเรากินในปริมาณที่เหมาะสม คือประมาณวันละ1กำมือหรือ20กรัม คุณค่าทางอาหารในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ก็จะเป็นประโยชน์ในการควบคุมน้ำหนักได้เช่นกัน นอกจากเมื่อกินจะทำให้อิ่มเร็วและอยู่ท้องแล้ว สารอาหารบางชนิดเช่นโปรตีน โพแทสเซี่ยม แมกนีเซี่ยม แคลเซี่ยม ก็จะมีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์ยังได้รับไขมันดี ซึ่งจะไปช่วยลดไขมันที่ไม่ดีในร่างกาย ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้