ถั่วพิสตาชิโอ ดีต่อร่างกาย คุณค่าที่ให้มากกว่าการลดน้ำหนัก

ถั่วเมล็ดสีเขียว มีเปลือกแข็ง มักจะนำมารับประทานได้โดยการคั่วหรืออบ มีรสชาติหวานมัน อร่อย ถูกเรียกว่าเป็นราชินีแห่งถั่ว นั่นก็คือถั่วพิสตาชิโอ ซึ่งเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอิหร่าน และประเทศอิหร่านก็เป็นผู้ผลิตถั่วพิสตาชิโอเป็นอันดับหนึ่งของโลก รองลงมาก็เป็นประเทศสหรัฐอเมริกา

ถึงแม้ว่าจะถูกเรียกว่าถั่ว แต่พิสตาชิโอนั้นเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกับมะม่วงและแตกต่างจากถั่วอื่นๆตรงที่เป็นไม้ยืนต้น ไม่ใช่พืชล้มลุก นิยมขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด ชอบแสงแดดตลอดทั้งวัน จะมีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย การปลูกนั้นจะปลูกต้นตัวเมียมากกว่าตัวผู้ และถ้าขาดตัวผู้ก็จะทำให้การผสมเกสรไม่สมบูรณ์และไม่ได้ผลผลิต

ถั่วพิสตาชิโอ
ถั่วพิสตาชิโอ ดีต่อหัวใจและสุขภาพ

เนื่องจากมีโปรตีนและใยอาหารสูง ทำให้รับประทานแล้วอิ่มง่ายแต่ได้คุณค่าทางอาหารมาก ทำให้หลายคนนิยมนำมาบริโภคเพื่อลดน้ำหนัก โดยรับประทานเมล็ดที่ผ่านการคั่วอบ อาจจะทานเป็นของว่างก่อนมื้ออาหารหรือนำไปปรุงเป็นอาหารอื่นๆก็ได้

ประโยชน์ของถั่วพิสตาชิโอ

-มีคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารสำคัญที่ให้พลังงานกับร่างกาย ซึ่งถ้าร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไปก็จะทำให้อ่อนล้า ขาดเรี่ยวแรงในการเคลื่อนไหวร่างกาย และทำให้สมองไม่ปลอดโปร่ง ตาลาย มึนงง คลื่นไส้ เพราะสมองจะได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น คนที่ลดน้ำหนักที่มักจะงดกินอาหารที่มีสารอาหารพวกนี้ เมื่อมีพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการ ก็จะทำให้โปรตีนถูกดึงมาใช้แทน ทำให้กล้ามเนื้อไม่พัฒนาได้เต็มที่และทำให้การเผาผลาญไขมันไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นคาร์โบไฮเดรตจึงจำเป็นสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักเช่นกัน

-มีกรดไขมันโอเมก้า3 เป็นกรดจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งต้องได้รับจากมาจากอาหารที่มีกรดเหล่านี้อยู่ ซึ่งจะช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน กรดไขมัน DHAที่เป็นกรดโอเมก้า3ในถั่วพิสตาชิโอนั้น ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง เพิ่มประสิทธิภาพความจำ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคทางสมอง ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลส์ในจอประสาทตา ลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับการมองเห็น

-มีกรดไขมันโอเมก้า6 สูง มีหน้าที่ช่วยลดการทำงานของเกร็ดเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวได้ง่าย โดยจะทำงานควบคู่ไปกับโอเมก้า3 โดยโอเมก้า6จะช่วยรักษาความสมดุลย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของโอเมก้า3 ในการทำให้เลือดไม่หนืดไหลเวียนได้สะดวกขึ้นและควบคุมการทำงานของฮอร์โมนอื่นๆในร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลส์ต่างๆในร่างกาย

-มีสารแคโรทีนอยด์ ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยลดอัตราการเจริญของเซลล์มะเร็ง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดไขมันชนิดไม่ดีและเพิ่มไขมันดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ

-มีโพแทสเซียมสูง ช่วยรักษาสมดุลในการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เช่นรักษาสมดุลของน้ำ ซึ่งจะทำงานร่วมกับโซเดี่ยม ช่วยการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ป้องกันภาวะกรดเกิน ดีต่อผู้มีโรคความดันโลหิตสูง สามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตได้

พิสตาชิโอ
พิสตาชิโอ เป็นพืชวงศ์เดียวกับมะม่วง

-มีไฟเบอร์และโปรตีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะทำให้อิ่มง่าย ทานอาหารได้น้อยลง และยังช่วยดูดซับไขมันและขับออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับไขมันน้อยลง ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น

-มีไฟโตสเตอรอล ซึ่งจะทำหน้าที่ลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือดและขับถ่ายออกจากร่างกายในระบบขับถ่าย ทำให้ได้รับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในเลือดน้อยลง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ

-มีโฟเลตหรือวิตามินบี9 เป็นสารอาหารที่เหมาะกับทุกวัย และเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่ตั้งครรภ์ การขาดโฟเลตจะทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในส่วนสมองและไขสันหลัง โฟเลตนั้นมีความสำคัญในการช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมอง ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

-มีวิตามินบี6 เป็นวิตามินประเภทละลายในน้ำได้ ทำงานร่วมกันกับวิตามินหลายชนิดในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วบย่อยสลายกรดไขมันให้ร่างกายนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันการเกิดโรคโลหิตจางและป้องกันโรคทางประสาทรวมไปถึงโรคผิวหนังบางชนิด

-มีโคลีน ซึ่งจะทำหน้าที่คล้ายกับวิตามินบี ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลและช่วยกระจายไม่ให้คอเลสเตอรอลไปจับที่ผนังหลอดเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยในการทำงานของตับโดยช่วยขับสารพิษที่ตกค้างออกจากร่างกาย

ถั่วพิสตาชิโอลดน้ำหนัก

ในธัญพืชประเภทถั่วนั้นส่วนใหญ่จะให้พลังงานที่สูง ในถั่วพิสตาชิโอนั้นในปริมาณ100กรัม ให้พลังงาน 571กิโลแคลอรี่ ซึ่งเกือบเท่าพลังงานที่ควรได้รับใน1มื้อ แต่ถ้ารับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ คือประมาณ30กรัมต่อวัน ซึ่งก็จะให้พลังงานประมาณ160กิโลแคลอรี่ สารอาหารที่จำเป็นในถั่วพิสตาชิโอก็จะเป็นประโยชน์ในการช่วยควบคุมน้ำหนักได้ โดยที่เราไม่ได้รับแคลอรี่มากเกินความต้องการของร่างกาย ซึ่งความต้องการพลังงานที่ได้จากการรับประทานอาหารทั้งหมดต่อวัน ในผู้ชายนั้นจะอยู่ที่ 2,000-2,500กิโลแคลอรี่ ผู้หญิงต้องการ 1,500-2,000กิโลแคลอรี่วัน

-มีใยอาหารแบบละลายน้ำ ซึ่งใยอาหารชนิดนี้มีประโยชน์คือจะแปรสภาพเป็นวุ้นเคลือบตามระบบทางเดินอาหาร วุ้นจะช่วยจับน้ำตาลและดูดซับน้ำมัน และจะทำให้การดูดซึมอาหารได้ช้าลง โดยเฉพาะไขมันและคาร์โบไฮเดรต ทำให้ร่างกายได้รับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลลดลง

-มีโปรตีน หลายๆคนควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักโดยการเน้นไปที่รับประทานผักและผลไม้เป็นหลัก ซึ่งจะทำให้ร่างกายนั้นได้รับโปรตีนน้อยลง ทำให้ร่างกายร่างกายซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อน้อยลง โปรตีนที่ได้รับจากถั่วพิสตาชิโอนั้น จะช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น ยิ่งเรามีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น อัตราการเผาผลาญไขมันก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

-โปรตีน+ใยอาหาร รับประทานในปริมาณที่น้อยแต่ก็จะทำให้อิ่มง่าย จึงช่วยให้ลดความอยากอาหาร ทำให้ลดการรับประทานอาหารลงได้ แต่ก็ยังได้สารอาหารครบถ้วน จึงเหมาะที่จะเป็นตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

ข้อควรระวังในการรับประทานถั่วพิสตาชิโอ

-อาจจะเกิดอาการแพ้ถั่วในบางคน ซึ่งจะมีอาการคันหรือบวมบริเวณปาก ลำคอ ใบหน้า และคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้

-พลังงานในถั่วพิสตาชิโอถ้ารับประทานมากเกินไปต่อวัน จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป ทำให้ถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมในร่างกายทำให้เกิดโรคอ้วนได้

-ถั่วพิสตาซิโออบเกลือ จะมีโซเดี่ยมรับประทานมากจะทำให้ไตทำงานหนัก ความดันโลหิตสูง เกิดอาการบวมน้ำ ซึ่งก็จะส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นด้วย

ประโยชน์อื่นๆของพิสตาชิโอ

สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินที่มีอยู่ในถั่วพิสตาชิโอนั้น ไม่ได้มีคุณค่าสำหรับการรับประทานอย่างเดียว แต่ได้มีการสกัดทำเป็นน้ำมันเพื่อใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางต่างๆอีกด้วย โดยเฉพาะเครื่องสำอางค์ที่บำรุงผิวพรรณ เพราะมีสรรพคุณช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ลดริ้วรวย ลดฝ้า กระ ผิวเนียนนุ่ม และนำไปเป็นส่วนผสมของแชมพูสระผม ก็จะช่วยให้ผม เงางาม ไม่แตกปลาย ช่วยฟื้นฟูผมเสีย

นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำเป็นนมพิสตาชิโอเพื่อดื่มบำรุงสุขภาพ ซึ่งในปัจจุบันมีขายสำเร็จรูปเป็นนมกล่อง หรือถ้าจะทำไว้ดื่มเองก็สามารถทำได้โดยการนำเมล็ดถั่วพิสตาชิโอแกะเปลือกมาแช่น้ำเปล่า10-12ชั่วโมงหรือจนอ่อนนุ่ม จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียด ใช้ผ้าขาวบางกรองคั้นน้ำออก ปรุงแต่งรสได้ตามชอบ ก็จะได้น้ำนมพิสตาชิโอไว้ดื่ม

บทส่งท้าย

ถั่วพิสตาชิโอนั้นหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำ ก็จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีได้ ในกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนั้น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะทานแล้วอิ่มไว อยู่ท้อง ไม่หิวง่าย ทำให้การควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละวันทำได้ง่าย ลดพลังงานที่รับเข้าร่างกายในแต่ละวันไม่ให้เกินความจำเป็น การลดน้ำหนักจึงทำอย่างได้ผล